ประสบการณ์ชีวิตประจำวัน
ช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึงสามปี เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาของชีวิต เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีการสร้างพื้นฐานของบุคลิกภาพ
ที่ MABIS เราเข้าใจวิธีการช่วยให้เด็กพัฒนาตนเองอย่างสมดุล ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เด็กเล็กต้องการอิสระภายในขอบเขตที่เหมาะสม และมีทางเลือกเพื่อพัฒนาพลังใจของตนเอง เธอต้องการงานที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อดึงดูดใจและร่างกายอย่างเต็มที่ เมื่อเป็นเช่นนี้ เด็กจะพัฒนาสมาธิอย่างลึกซึ้งและบุคลิกภาพของเธอจะเริ่มกระบวนการรวมเป็นหนึ่งเดียว
งานในห้องเรียนสำหรับเด็ก Toddler ช่วยพัฒนาเรื่องการเคลื่อนไหว ภาษา สติปัญญา สุขภาพจิต และความตั้งใจ ด้วยการทำงานเด็กจะสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง เรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นในตนเอง และโลกที่อยู่รอบตัว
ยิ่งเด็กเข้าร่วมโปรแกรม Toddlers เร็วเท่าไร ก็จะยิ่งได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เตรียมไว้อย่างดีและการดูแลจากครูที่รักและมีทักษะมากขึ้นเท่านั้น
ระดับ Toddler สามารถเลือกเข้าร่วมโปรแกรมครึ่งวันหรือเต็มวันได้ โปรแกรมจะเน้นพื้นที่หลักเป็นสำคัญ ได้แก่ ชีวิตประจำวัน ภาษา พัฒนาการทางจิตและประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว และการแสดงออกของตนเอง
ภาษาและการสื่อสาร
เด็กเล็กอยู่ในช่วง Sensitive Period หรือช่วงเวลาทองของการเรียนรู้ภาษา ซึ่งเป็นระยะที่เด็กสามารถซึมซับภาษาที่ได้ยินจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว และค่อยๆ นำภาษาเหล่านั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เราจัดเตรียม สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยภาษาและการสื่อสาร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้คำศัพท์และการใช้ภาษาในบริบททางสังคมที่เป็นธรรมชาติ ในห้องเรียน Toddler เด็กจะได้ฟังการใช้ภาษา อังกฤษ จีน และไทย ที่ชัดเจนและถูกต้อง ผ่านการสนทนาในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้คำศัพท์เฉพาะ การเรียนรู้ผ่านสื่อและอุปกรณ์ที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนการฟัง นิทาน บทกวี คำคล้องจอง และบทเพลง
เรายังให้ความสำคัญกับการส่งเสริม การแสดงออกทางความคิดและความรู้สึกของเด็ก ด้วยการรับฟังอย่างตั้งใจ ให้ความสนใจในสิ่งที่เด็กต้องการสื่อสาร และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กรู้สึก ปลอดภัยและมั่นใจที่จะถ่ายทอดความคิดและความคิดเห็นของตนเองโดยปราศจากการตัดสิน
ด้วยบรรยากาศแห่งการรับฟังและความเข้าใจ เด็กจึงค่อยๆ พัฒนาความสามารถในการสื่อสาร พร้อมสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาและการแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ
การพัฒนาประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว
เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา ผ่านสื่อและกิจกรรมด้านประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Psycho-Sensory Motor) เช่น การต่อจิ๊กซอว์ การฝึกขันและคลายนอต การเปิดและปิดสิ่งของ กิจกรรม Imbucare และ Infilare การใช้ถุงสัมผัสเพื่อฝึกการรับรู้รูปทรงด้วยการสัมผัส (Stereognostic Bags) ตลอดจนการตัด การปะ และแม้แต่การเย็บผ้า
กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้เด็กได้ ลงมือสำรวจ ทดลอง และฝึกฝนการควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมสมาธิ ความแม่นยำ และความเป็นอิสระในการทำงานค่ะ
เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา ผ่านสื่อและกิจกรรมด้านประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Psycho-Sensory Motor) เช่น การต่อจิ๊กซอว์ การฝึกขันและคลายนอต การเปิดและปิดสิ่งของ กิจกรรม Imbucare และ Infilare การใช้ถุงสัมผัสเพื่อฝึกการรับรู้รูปทรงด้วยการสัมผัส (Stereognostic Bags) ตลอดจนการตัด การปะ และแม้แต่การเย็บผ้า
การเคลื่อนไหว (พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็ก)
เด็กเล็กอยู่ในช่วง Sensitive Period หรือช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาการเคลื่อนไหวทางร่างกาย เป็นช่วงที่ความสุขจากการได้เคลื่อนไหวร่างกายกระตุ้นให้เด็กอยาก เดิน วิ่ง เต้น และปีนป่ายด้วยความมั่นใจ เด็กๆ มักกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ และพร้อมที่จะทดลองท้าทายขีดความสามารถทางร่างกายของตนเองมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน เด็กเล็กก็กำลังพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กควบคู่กันไป กิจกรรมในหมวด Practical Life และ Psycho-Sensory Motor จึงเปิดโอกาสอันหลากหลายให้เด็กได้ใช้มืออย่างประณีตและแม่นยำ ผ่านการลงมือทำกิจกรรมต่างๆ อย่างตั้งใจ
กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เด็กค่อยๆ พัฒนา การควบคุมร่างกาย การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา ความแม่นยำ และความมั่นใจในการเคลื่อนไหว ผ่านประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน
การแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์
ศิลปะ
การแสดงออกถึงตัวตนของเด็กได้รับการส่งเสริมผ่าน กิจกรรมศิลปะอิสระ ที่หลากหลาย เช่น การขีดเขียนอย่างอิสระ การวาดด้วยชอล์ก การวาดภาพระบายสี การปั้นดิน และกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ โดยมุ่งเน้นที่ การพัฒนาทักษะและกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก
เราเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกอย่างอิสระและเป็นตัวของตัวเอง โดยปราศจากการตัดสินหรือกำหนดรูปแบบและผลลัพธ์ที่ตายตัว เพื่อให้เด็กได้สำรวจความคิด จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลงานของตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ
วัฒนธรรม
เด็กๆ จะได้เรียนรู้และสัมผัสกับวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีคุณค่า ผ่านการเฉลิมฉลองและกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมต่างๆ เช่น การประกอบอาหารของแต่ละประเทศ หรือการสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของผู้คนในแต่ละกลุ่มวัฒนธรรม
กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมผ่านประสบการณ์ตรง พร้อมทั้งส่งเสริมความเข้าใจ การยอมรับ และการเห็นคุณค่าของความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ดนตรี
การเรียนรู้ดนตรีมุ่งส่งเสริมให้เด็กได้ชื่นชมและทำความรู้จักกับดนตรีหลากหลายแนว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองและสร้างสรรค์เสียงดนตรีด้วยตนเอง
เด็กจะได้สัมผัสกับดนตรีหลากหลายรูปแบบ พร้อมเรียนรู้และสังเกตเสียงที่เกิดจากเครื่องดนตรีแต่ละชนิด รวมถึงทำความเข้าใจว่าเครื่องดนตรีเหล่านั้นสามารถสร้างเสียงและบรรเลงได้อย่างไร ผ่านการฟัง การสังเกต และการลงมือทดลองด้วยตนเอง
กิจกรรมเหล่านี้ช่วยพัฒนา ทักษะการฟัง การรับรู้ทางเสียง ความคิดสร้างสรรค์ และความซาบซึ้งในดนตรี อย่างเป็นธรรมชาติ
การทำสวน
โปรแกรม Gardening ของเราเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง พร้อมเชื่อมโยงเด็กๆ ให้เข้าใจว่า อาหารที่เรารับประทานนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากไหน
เด็กทุกช่วงวัยจะได้มีส่วนร่วมในการ ปลูก ดูแล และบำรุงรักษาพืชผัก สมุนไพร ผลไม้ และดอกไม้ด้วยตนเอง ผ่านประสบการณ์จริงในสวน
กิจกรรมนี้ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติ การเจริญเติบโตของพืช ความรับผิดชอบ และคุณค่าของอาหาร พร้อมสร้างความผูกพันกับธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ
การแสดงละคร
โปรแกรม Drama ของเราช่วยจุดประกายความรักในการเล่าเรื่องและการแสดงออกถึงตัวตน ผ่านกิจกรรมการละครที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้จินตนาการ ถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกอย่างสร้างสรรค์
นักเรียนจะได้มีส่วนร่วมในการจัดแสดงผลงานต่อหน้าผู้ชมจริงเป็นประจำทุกปี เพื่อพัฒนาความมั่นใจ ทักษะการสื่อสาร และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นผ่านประสบการณ์บนเวทีจริง
